วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา “Muang Phangnga School Alumni Club ”

(ฉบับร่าง พ.ศ. 2558)


ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา
“Muang Phangnga School Alumni Club ”


ระเบียบและข้อบังคับ ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา
“Muang Phangnga School Alumni Club ”

........................................................................................................................

หมวด 1
ชื่อ เครื่องหมาย และสถานที่ตั้ง
  • ข้อ 1 ชมรมนี้มีชื่อว่า ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงามีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Muang Phangnga School Alumni Club ” ใช้อักษรย่อ MPAC ”
  • ข้อ 2 เครื่องหมายของชมรมเป็นรูปตราสัญญลักษณ์
  • ข้อ 3 สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ที่ .........................................เลขที่……….. ถนน.....................
  • ตำบล............................... อำเภอ.............................จังหวัด.................................
หมวด 2
วัตถุประสงค์
  • ข้อ 4 ชมรมมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
    • 4.1 ส่งเสริมความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และความเข้าใจอันดี ต่อกันระหว่างศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา และภาคประชาคม
    •  4.2 ส่งเสริม สนับสนุน การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์
    •  4.3 ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
หมวด 3
ประเภทสมาชิก คุณสมบัติ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุง
  • ข้อ 5 สมาชิกของชมรมมี 4 ประเภท คือ
    • 5.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์
    • 5.2 สมาชิกสามัญ
    • 5.3 สมาชิกวิสามัญ
    • 5.4 ยุวสมาชิก
  • ข้อ 6 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่อุปการะช่วยเหลือทำประโยชน์แก่ชมรม หรือผู้มีเกียรติที่คณะกรรมการบริหารชมรมเห็นสมควรเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
  • ข้อ 7 สมาชิกสามัญ ได้แก่
    • 7.1 ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเมืองพังงา ทุกรุ่นทุกคน ทุกระดับ
    • 7.2 อาจารย์ประจำที่สอนในโรงเรียนเมืองพังงา ไม่น้อยกว่า 5 ปี และเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานในโรงเรียนเมืองพังงา ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • ข้อ 8 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ คู่สมรสของศิษย์เก่าและผู้สนใจทั่วไปที่ขอสมัครเป็นสมาชิกและคณะกรรมการบริหารรับรอง
  • ข้อ 9 ยุวสมาชิก ได้แก่ นักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนเมืองพังงา
  • ข้อ 10 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
    • 10.1 ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบฟอร์ ช.ม.พ-01 ของชมรม ต่อเลขาธิการชมรม
    • 10.2 ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาในการรับรองเข้าเป็นสมาชิก
    • 10.3 เมื่อคณะกรรมการบริหารได้ลงมติรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบเป็นลายลักอักษร ผู้สมัครยังไมมีสิทธ์เป็น สมาชิกจนกว่าจะได้ชำระค่าบำรุงครบถว้นตามระเบียบว่าด้วยค่าบำรุง
    • 10.4 ผู้ที่ได้เป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์แล้ว ให้นายทะเบียนลงชื่อไว้ในทะเบียนสมาชิกของชมรม
  • ข้อ 11 การเสียค่าบำรุง
    • 11.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง
    • 11.2 สมาชิกสามัญเสียค่าบำรุงชมรมตลอดชีพ 500 บาท (ค่าสมัคร 100 บาท ค่าบำรุง 400 บาท)
    • 11.3 สมาชิกวิสามัญเสียค่าบำรุงชมรมตลอดชีพ 400 บาท (ค่าสมัคร 100 บาท ค่าบำรุง 300 บาท)
    • 11.4 ยุวสมาชิกเสียค่าสมัคร 50 บาท ครั้งเดียวเมื่อแรกเข้าเป็นนักศึกษาจนจบหลักสูตรและเมื่อจบการศึกษาแล้วเสียค่าบำรุง 450 บาท จะได้เป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพ ถ้ายุวสมาชิกคนใดสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ชำระค่าบำรุง 450 บาท ก็จะหมดสภาพไป
หมวด 4
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
  • ข้อ 12 สมาชิกมีสิทธิ
    • 12.1 ประดับเข็มเครื่องหมายของชมรม
    • 12.2 เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญ ประชุมใหญ่วิสามัญ
    • 12.3 สมาชิกสามัญ มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และเป็นกรรมการบริหารของชมรม
    • 12.4 ได้รับบริการ หรือผลประโยชน์ที่ชมรมจัดให้สมาชิก
  • ข้อ 13 สมาชิกมีหน้าที่
    • 13.1 ปฏิบัติตามข้อบังคับของชมรม และระเบียบ ซึ่งคณะกรรมการบริหารกำหนดขึ้น
    • 13.2 สนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมของชมรม เพื่อให้การดำเนินงานของชมรมบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
หมาด 5
การขาดจากสมาชิกภาพ
  • ข้อ 14 สมาชิกภาพของสมาชิกขาดลงเมื่อ
    • 14.1 ตาย
    • 14.2 ลาออก โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
    • 14.3 คณะกรรมการบริหารมีมติให้พ้นสมาชิกภาพด้วยเหตุที่ผู้นั้นประพฤติตนเป็นปรปักษ์ หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
หมวด 6
คณะกรรมการบริหาร
  • ข้อ 15 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย นายก อุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก ปฏิคม นายทะเบียนสาราณียกร ประชาสัมพันธ์ กรรมการกลาง รวมกันแล้วมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 11 คน แต่ไม่เกิน 23 คน โดยดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี
  • ขอ้ 16 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายก ต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญ สำหรับตำแหน่งอื่นให้นากยกเป็นผู้แต่งตั้ง
หมวด 7
อำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหาร
  • ข้อ 17 นายกมีหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ข้อบังคับและระเบียบของชมรม เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ
  • ข้อ 18 อุปนายก มีหน้าที่ทำการแทนนายกในเมื่อนายกไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ในระหว่างทำการแทนนายก อุปนายกมีสิทธิและความรับผิดชอบเช่นเดียวกับนายกทุกประการ
  • ข้อ 19 เลขาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบในงานสารบรรณทั่วไป และหน้าที่รับผิดชอบโดยเฉพาะในกิจการดังต่อไปนี้
    • 19.1 นัดประชุมคณะกรรมการบริหาร ประชุมใหญ่ และประชุมวิชาการตามคำสั่งของนายก หรือตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารแล้วแต่กรณี
    • 19.2 ทำรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่
    • 19.3 จัดทำรายงานประจำปี และจัดทำทะเบียนครุภัณฑ์ของชมรม
  • ข้อ 20 เหรัญญิก มีหน้าที่รับ-จ่าย และรักษาเงินรวมทั้งทำบัญชีรับจ่าย หนี้สิน และเอกสารการเงินของชมรม ทำบัญชีรายการเงินเดือน งบประมาณและงบดุลประจำปี เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร และทำรายงานการเงินเสนอต่อที่ประชุมใหญ่
  • ข้อ 21 นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำทะเบียนและประวัติของสมาชิกให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
  • ข้อ 22 ปฏิคม มีหน้าที่ติดต่อ ต้อนรับ และอำนวยการสะดวก ในเรื่องสวัสดิการที่ชมรมจัดให้สมาชิก
  • ข้อ 23 สาราณียกร มีหน้าที่รับผิดชอบห้องสมุด และดำเนินการจัดทำวารสารของชมรม
  • ข้อ 24 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจกรรมของชมรม
  • ข้อ 25 กรรมการกลาง มีหน้าที่คอยช่วยเหลือกิจการฝ่ายต่างๆ ของชมรมและมีหน้าที่ตามแต่นายกจะมอบหมายให้
หมวด 8
การพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหาร
  • ข้อ 26 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งโดย
    • 26.1 ออกตามวาระ
    • 26.2 ตาย
    • 26.3 ลาออก
    • 26.4 ขาดจากสมาชิกภาพ
    • 26.5 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก
    • 26.6 ต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำขึ้นโดยประมาท
    • 26.7 ในกรณีก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชมรม ที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจ และถอนกรรมการบริหารทั้งคณะ หรือบางคนได้ด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

หมวด 9
การดำเนินงานของคณะ กรรมการบริหาร
  • ข้อ 27 การบริหารชมรมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหาร ตามข้อ 15 หมวด 6 แล้ว โดยมีนายกซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่เป็นประธาน
  • ข้อ 28 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ คือ
    • 28.1 บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
    • 28.2 วางระเบียบขึ้นใช้โดยไม่ขัดแจ้งต่อวัตถุประสงค์ และข้อบังคับ
    • 28.3 แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา อนุกรรมการ หรือพิจารณาเชิญผู้มีเกียรติคุณเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ทั้งนี้จะเป็นการประจำหรือชั่วคราวก็ได้
    • 28.4 พิจารณาและลงมติการรับและถอดถอนสมาชิก
    • 28.5 พิจารณาให้ของสำหรับเป็นที่ระลึกในนามของชมรมแก่ผู้ช่วยเหลือกิจการของชมรม
    • 28.6 พิจารณาการรับและการให้ความช่วยเหลือแก่บุคคล ส่วนราชการ องค์การรัฐวิสาหกิจ โดยไม่เป็นภาระผูกพันในทางหนี้สินแก่ชมรม เว้นไว้แต่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
  • ข้อ 29 ในขณะที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังมิได้รับมอบหมายการงานจากคณะกรรมการบริหารชุดเก่า ให้คณะกรรมการบริหารชุดเก่ารับผิดชอบบริหารงานต่อไปได้เท่าที่จำเป็นแก่การมอบหมายงาน แต่ทั้งนี้ต้องจัดการมอบหมายงานให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่อายุของคณะกรรมการบริหารชุดเก่าสิ้นสุดลง การมอบหมายงานให้ทำเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ให้ระบุวันเริ่มต้นการมอบหมายงาน และวันเสร็จสิ้นการมอบหมายงานนั้นด้วย
  • ข้อ 30 ถ้าตำแหน่งนายกว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้อุปนายกเป็นนายกไปจนหมดวาระ แต่ถ้าว่างลงเพราะนายกลาออก ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดนั้นหมดสภาพการเป็นกรรมการบริหารของชมรม ให้ดำเนินการเลือกตั้งนายกให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน
  • ข้อ 31 ถ้ากรรมการบริหารตำแหน่งใดว่างลง ให้นายกแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ เข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างนั้นจนกว่าจะหมดอายุตามวาระ
หมวด 10
การประชุม
  • ข้อ 32 การประชุม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
    • 32.1 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
    • 32.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
    • 32.3 การประชุมใหญ่สามัญ
  • ข้อ 33 การประชุมคณะกรรมการบริหาร มีดังนี้
    • 33.1 ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษาหารือกิจการของชมรมปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง โดยให้เลขาธิการเป็นผู้เรียกประชุม ตามความเห็นชอบของนายก หรือของกรรมการบริหารตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป
    • 33.2 องค์ประชุมทุกครั้ง ต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ให้นายกเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนไม่อยู่ให้ประชุมเลือกตั้งประธานชั่วคราวในการประชุมนั้น
    • 33.3 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
  • ข้อ 34 การประชุมใหญ่วิสามัญ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ได้ดังนี้
    • 34.1 ที่ประชุมคระกรรมการบริหารเห็นสมควรให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง
    • 34.2 สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน มีสิทธิร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ถ้าสมาชิกที่ร้องขอมาประชุมไม่ถึงจำนวน 50 คน ให้ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
    • 34.3 ทั้งข้อ 34.1 และ 34.2 ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมกับส่งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 50 คน และก่อนเวลาประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน
    • 34.4 การประชุมใหญ่วิสามัญทุกครั้งต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม (องค์ประชุมของการประชุมใหญ่วิสามัญประกอบด้วยสมาชิกและ/หรือสมาชิกที่ได้มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกอื่นเป็นผู้แทน) ถ้าพ้นเวลานัดหมายไป 30 นาทีแล้ว ยังไม่ครบองค์ประชุมให้ยกเลิกการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น
  • ข้อ 35 การประชุมใหญ่สามัญ ให้คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมส่งระเบียบวาระการประชุม ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วย สมาชิกหรือสมาชิกที่ได้มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ให้สมาชิกอื่นเป็นผู้แทนรวมแล้วไม่น้อยกว่า 50 คน ในกรณีที่พ้นเวลานัดหมายไป 30 นาที แล้วยังไม่ครบองค์ประชุมให้ยกเลิกการประชุมในวันนั้น และให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วัน การประชุมครั้งนี้ สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ การประชุมใหญ่สามัญให้มีระเบียบวาระดังต่อไปนี้
  •  
    • วาระที่ 1 เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
      • นายกแถลงผลงานในรอบปี
      • เหรัญญิกแถลงบัญชีรายรับ
      • รายจ่ายและบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา (ซึ่งผู้ตรวจบัญชีของชมรมรับรองแล้ว)
    • วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี.................... (ปีที่ผ่านมา)
    • วาระที่ 3 เรื่องสืบเนื่อง
    • วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
      • แก้ไขข้อบังคับชมรม (ถ้ามี)
      • เสนอประมาณการรายรับ
      • รายจ่าย งบประมาณประจำปี พ.ศ...................
      • ปรึกษากิจการชมรม
    • วาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ
  • ข้อ 36 การประชุมใหญ่ทุกครั้งให้นายกเป็นประธานที่ประชุม ถ้านายกไม่อยู่หรือไม่สามารถดำเนินการได้ให้อุปนายกเป็นประธานที่ประชุม ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมนั้น
  • ข้อ 37 นอกจากจะบังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
  • ข้อ 38 ในการประชุมใหญ่และประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้งให้เลขาธิการเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุมและให้ประธานที่ประชุมลงนามรับรองเพื่อรักษาไว้เป็นหลักฐาน

หมวด 11
การเงิน
  • ข้อ 39 ให้นายกและเหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบในการเงินและทรัพย์สินของชมรมตามกฎหมายและให้ทำรายงานการเงินและทรัพย์สินเสนอต่อคณะกรรมการบริหารเป็นรายปีอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ข้อ 40 เงินของชมรมต้องนำฝากธนาคารที่เชื่อถือได้ และที่คณะกรรมการบริหารได้รับรองในนามของชมรม เงินส่วนหนึ่งให้นำฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำ หรือกระทำการอื่นใดที่ก่อให้เกิดดอกออกผลตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่กรณีเงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น
  • ข้อ 41 เหรัญญิกจะเก็บรักษาเงินสดไว้สำรองจ่ายไม่เกิน 5,000.-บาท ถ้าเกินจากนั้นต้องนำฝากธนาคาร
  • ข้อ 42 การสั่งจ่ายเงินของชมรมจากธนาคาร โดยวิธีใช้เช็คธนาคาร จะต้องมีการลงนามโดยกรรมการบริหารสองนาย คือนายก หรืออุปนายกกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ
  • ข้อ 43 คณะกรรมการบริหารจะต้องใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นให้นายกมีอำนาจสั่งจ่ายนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายไม่เกินร้อยละสิบของงบประมาณประจำปี และแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทราบในการประชุมคราวต่อไป
  • ข้อ 44 การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานในการจ่ายนั้นๆ ไว้เพื่อตรวจสอบและหลักฐานนั้นให้เหรัญญิกเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะทำลายได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร
  • ข้อ 45 ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของชมรม

หมวด 12
การแก้ไขข้อบังคับ
  • ข้อ 46 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม
  • ข้อ 47 ที่ประชุมใหญ่ลงมติในการนี้ ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 คน หรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้เสนอโดยให้เสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่นั้น ไม่น้อยกว่า 30 วัน
  • ข้อ 48 ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร ส่งสำเนานั้นไปให้สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทราบไม่น้อยกว่า 10 วัน และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานชมรมไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนที่จะมีการประชมุ
  • ข้อ 49 ข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น ให้ใช้ข้อบังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
หมวด 13
การเลิกชมรมและการชำระบัญชี
  • ข้อ 50 การเลิกชมรมจะกระทำได้โดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดมีมติให้เลิก
  • ข้อ 51 ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย
  • ข้อ 52 ทรัพย์สินของชมรมที่เหลือจากการชำระบัญชีมีอยู่เท่าใด ให้ตกเป็นของโรงเรียนเมืองพังงา

หมวด 14
บทเฉพาะกาล
  • ข้อ 53 ให้ผู้เริ่มก่อตั้งชมรม เป็นกรรมการบริหารเริ่มแรกของชมรม คณะกรรมการเริ่มแรกนี้มีสิทธิและหน้าที่ทุกประการของคณะกรรมการบริหารตามความในข้อบังคับนี้ และให้คณะกรรมการบริหารเริ่มแรกนี้ดำเนินการรับสมัครสมาชิกของชมรมมีกำหนดภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
  • ข้อ 54 เมื่อปฏิบัติตามข้อ 53 แล้ว ให้คณะกรรมการดังกล่าวรักษาการต่อไป เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งนายกชมรมตามวิธีการในข้อบังคับนี้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 45 วัน เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง ตามความในวรรคก่อนให้คณะกรรมการบริหารเริ่มแรกเป็นผู้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรได้รับการเลือกตั้งเสนอแก่สมาชิก
  • ข้อ 55 ให้กรรมการผู้พิจารณาก่อตั้งชมรม ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ก่อตั้งชมรมเป็นสมาชิกสามัญและกรรมการบริหารตามหมวด 6 ข้อ 15, 16 จนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหาร