(ฉบับร่าง พ.ศ. 2558)
ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา
“Muang Phangnga School Alumni Club ”
ระเบียบและข้อบังคับ ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา
“Muang Phangnga School Alumni Club ”
........................................................................................................................
........................................................................................................................
หมวด
1
ชื่อ เครื่องหมาย และสถานที่ตั้ง
ชื่อ เครื่องหมาย และสถานที่ตั้ง
- ข้อ 1 ชมรมนี้มีชื่อว่า
“ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Muang Phangnga School Alumni Club ” ใช้อักษรย่อ “ MPAC ”
- ข้อ 2 เครื่องหมายของชมรมเป็นรูปตราสัญญลักษณ์
- ข้อ 3 สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ที่
.........................................เลขที่……….. ถนน.....................
- ตำบล...............................
อำเภอ.............................จังหวัด.................................
หมวด
2
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์
- ข้อ 4 ชมรมมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- 4.1 ส่งเสริมความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และความเข้าใจอันดี ต่อกันระหว่างศิษย์เก่าโรงเรียนเมืองพังงา
และภาคประชาคม
- 4.2 ส่งเสริม สนับสนุน การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์
- 4.3 ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
หมวด
3
ประเภทสมาชิก คุณสมบัติ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุง
ประเภทสมาชิก คุณสมบัติ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุง
- ข้อ 5 สมาชิกของชมรมมี
4 ประเภท คือ
- 5.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์
- 5.2 สมาชิกสามัญ
- 5.3 สมาชิกวิสามัญ
- 5.4 ยุวสมาชิก
- ข้อ 6 สมาชิกกิตติมศักดิ์
ได้แก่ บุคคลที่อุปการะช่วยเหลือทำประโยชน์แก่ชมรม
หรือผู้มีเกียรติที่คณะกรรมการบริหารชมรมเห็นสมควรเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
- ข้อ 7 สมาชิกสามัญ
ได้แก่
- 7.1 ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเมืองพังงา ทุกรุ่นทุกคน ทุกระดับ
- 7.2 อาจารย์ประจำที่สอนในโรงเรียนเมืองพังงา ไม่น้อยกว่า 5 ปี และเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานในโรงเรียนเมืองพังงา ไม่น้อยกว่า 5
ปี
- ข้อ 8 สมาชิกวิสามัญ
ได้แก่
คู่สมรสของศิษย์เก่าและผู้สนใจทั่วไปที่ขอสมัครเป็นสมาชิกและคณะกรรมการบริหารรับรอง
- ข้อ 9 ยุวสมาชิก
ได้แก่ นักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนเมืองพังงา
- ข้อ 10 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
- 10.1 ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบฟอร์ ช.ม.พ-01
ของชมรม ต่อเลขาธิการชมรม
- 10.2 ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาในการรับรองเข้าเป็นสมาชิก
- 10.3 เมื่อคณะกรรมการบริหารได้ลงมติรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว
ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบเป็นลายลักอักษร ผู้สมัครยังไมมีสิทธ์เป็น
สมาชิกจนกว่าจะได้ชำระค่าบำรุงครบถว้นตามระเบียบว่าด้วยค่าบำรุง
- 10.4 ผู้ที่ได้เป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์แล้ว
ให้นายทะเบียนลงชื่อไว้ในทะเบียนสมาชิกของชมรม
- ข้อ 11 การเสียค่าบำรุง
- 11.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง
- 11.2 สมาชิกสามัญเสียค่าบำรุงชมรมตลอดชีพ 500 บาท
(ค่าสมัคร 100 บาท ค่าบำรุง 400 บาท)
- 11.3 สมาชิกวิสามัญเสียค่าบำรุงชมรมตลอดชีพ 400 บาท
(ค่าสมัคร 100 บาท ค่าบำรุง 300 บาท)
- 11.4 ยุวสมาชิกเสียค่าสมัคร 50 บาท
ครั้งเดียวเมื่อแรกเข้าเป็นนักศึกษาจนจบหลักสูตรและเมื่อจบการศึกษาแล้วเสียค่าบำรุง
450 บาท จะได้เป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพ
ถ้ายุวสมาชิกคนใดสำเร็จการศึกษาแล้วไม่ชำระค่าบำรุง 450 บาท ก็จะหมดสภาพไป
หมวด
4
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
- ข้อ 12 สมาชิกมีสิทธิ
- 12.1 ประดับเข็มเครื่องหมายของชมรม
- 12.2 เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญ ประชุมใหญ่วิสามัญ
- 12.3 สมาชิกสามัญ มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และเป็นกรรมการบริหารของชมรม
- 12.4 ได้รับบริการ หรือผลประโยชน์ที่ชมรมจัดให้สมาชิก
- ข้อ 13 สมาชิกมีหน้าที่
- 13.1 ปฏิบัติตามข้อบังคับของชมรม และระเบียบ
ซึ่งคณะกรรมการบริหารกำหนดขึ้น
- 13.2 สนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมของชมรม
เพื่อให้การดำเนินงานของชมรมบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
หมาด
5
การขาดจากสมาชิกภาพ
การขาดจากสมาชิกภาพ
- ข้อ 14 สมาชิกภาพของสมาชิกขาดลงเมื่อ
- 14.1 ตาย
- 14.2 ลาออก โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
- 14.3 คณะกรรมการบริหารมีมติให้พ้นสมาชิกภาพด้วยเหตุที่ผู้นั้นประพฤติตนเป็นปรปักษ์
หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
หมวด
6
คณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการบริหาร
- ข้อ 15 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า
“คณะกรรมการบริหาร” มีหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย นายก อุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก ปฏิคม
นายทะเบียนสาราณียกร ประชาสัมพันธ์ กรรมการกลาง รวมกันแล้วมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 11
คน แต่ไม่เกิน 23 คน
โดยดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี
- ขอ้ 16 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายก
ต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญ
สำหรับตำแหน่งอื่นให้นากยกเป็นผู้แต่งตั้ง
หมวด
7
อำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหาร
อำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหาร
- ข้อ 17 นายกมีหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
นโยบาย ข้อบังคับและระเบียบของชมรม เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ
- ข้อ 18 อุปนายก
มีหน้าที่ทำการแทนนายกในเมื่อนายกไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ในระหว่างทำการแทนนายก
อุปนายกมีสิทธิและความรับผิดชอบเช่นเดียวกับนายกทุกประการ
- ข้อ 19 เลขาธิการ
มีหน้าที่รับผิดชอบในงานสารบรรณทั่วไป
และหน้าที่รับผิดชอบโดยเฉพาะในกิจการดังต่อไปนี้
- 19.1 นัดประชุมคณะกรรมการบริหาร ประชุมใหญ่
และประชุมวิชาการตามคำสั่งของนายก
หรือตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารแล้วแต่กรณี
- 19.2 ทำรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่
- 19.3 จัดทำรายงานประจำปี และจัดทำทะเบียนครุภัณฑ์ของชมรม
- ข้อ 20 เหรัญญิก
มีหน้าที่รับ-จ่าย และรักษาเงินรวมทั้งทำบัญชีรับจ่าย หนี้สิน
และเอกสารการเงินของชมรม ทำบัญชีรายการเงินเดือน งบประมาณและงบดุลประจำปี
เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร และทำรายงานการเงินเสนอต่อที่ประชุมใหญ่
- ข้อ 21 นายทะเบียน
มีหน้าที่จัดทำทะเบียนและประวัติของสมาชิกให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
- ข้อ 22 ปฏิคม
มีหน้าที่ติดต่อ ต้อนรับ และอำนวยการสะดวก
ในเรื่องสวัสดิการที่ชมรมจัดให้สมาชิก
- ข้อ 23 สาราณียกร
มีหน้าที่รับผิดชอบห้องสมุด และดำเนินการจัดทำวารสารของชมรม
- ข้อ 24 ประชาสัมพันธ์
มีหน้าที่เผยแพร่กิจกรรมของชมรม
- ข้อ 25 กรรมการกลาง มีหน้าที่คอยช่วยเหลือกิจการฝ่ายต่างๆ
ของชมรมและมีหน้าที่ตามแต่นายกจะมอบหมายให้
หมวด
8
การพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหาร
การพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหาร
- ข้อ 26 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งโดย
- 26.1 ออกตามวาระ
- 26.2 ตาย
- 26.3 ลาออก
- 26.4 ขาดจากสมาชิกภาพ
- 26.5 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก
- 26.6 ต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทำขึ้นโดยประมาท
- 26.7 ในกรณีก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชมรม
ที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจ และถอนกรรมการบริหารทั้งคณะ
หรือบางคนได้ด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
หมวด
9
การดำเนินงานของคณะ กรรมการบริหาร
การดำเนินงานของคณะ กรรมการบริหาร
- ข้อ 27 การบริหารชมรมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหาร
ตามข้อ 15 หมวด 6 แล้ว
โดยมีนายกซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่เป็นประธาน
- ข้อ 28 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่
คือ
- 28.1 บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
- 28.2 วางระเบียบขึ้นใช้โดยไม่ขัดแจ้งต่อวัตถุประสงค์ และข้อบังคับ
- 28.3 แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา อนุกรรมการ
หรือพิจารณาเชิญผู้มีเกียรติคุณเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
ทั้งนี้จะเป็นการประจำหรือชั่วคราวก็ได้
- 28.4 พิจารณาและลงมติการรับและถอดถอนสมาชิก
- 28.5 พิจารณาให้ของสำหรับเป็นที่ระลึกในนามของชมรมแก่ผู้ช่วยเหลือกิจการของชมรม
- 28.6 พิจารณาการรับและการให้ความช่วยเหลือแก่บุคคล ส่วนราชการ
องค์การรัฐวิสาหกิจ โดยไม่เป็นภาระผูกพันในทางหนี้สินแก่ชมรม
เว้นไว้แต่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
- ข้อ 29 ในขณะที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังมิได้รับมอบหมายการงานจากคณะกรรมการบริหารชุดเก่า
ให้คณะกรรมการบริหารชุดเก่ารับผิดชอบบริหารงานต่อไปได้เท่าที่จำเป็นแก่การมอบหมายงาน
แต่ทั้งนี้ต้องจัดการมอบหมายงานให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
นับตั้งแต่วันที่อายุของคณะกรรมการบริหารชุดเก่าสิ้นสุดลง
การมอบหมายงานให้ทำเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ให้ระบุวันเริ่มต้นการมอบหมายงาน
และวันเสร็จสิ้นการมอบหมายงานนั้นด้วย
- ข้อ 30 ถ้าตำแหน่งนายกว่างลงเพราะเหตุอื่น
นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้อุปนายกเป็นนายกไปจนหมดวาระ แต่ถ้าว่างลงเพราะนายกลาออก
ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดนั้นหมดสภาพการเป็นกรรมการบริหารของชมรม
ให้ดำเนินการเลือกตั้งนายกให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน
- ข้อ 31 ถ้ากรรมการบริหารตำแหน่งใดว่างลง
ให้นายกแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ
เข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างนั้นจนกว่าจะหมดอายุตามวาระ
หมวด
10
การประชุม
การประชุม
- ข้อ 32 การประชุม
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
- 32.1 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
- 32.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
- 32.3 การประชุมใหญ่สามัญ
- ข้อ 33 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
มีดังนี้
- 33.1 ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษาหารือกิจการของชมรมปีหนึ่งไม่น้อยกว่า
4 ครั้ง โดยให้เลขาธิการเป็นผู้เรียกประชุม
ตามความเห็นชอบของนายก หรือของกรรมการบริหารตั้งแต่ 5 คน
ขึ้นไป
- 33.2 องค์ประชุมทุกครั้ง
ต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด
ให้นายกเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนไม่อยู่ให้ประชุมเลือกตั้งประธานชั่วคราวในการประชุมนั้น
- 33.3 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น
มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือเสียงข้างมาก
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
- ข้อ 34 การประชุมใหญ่วิสามัญ
ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ได้ดังนี้
- 34.1 ที่ประชุมคระกรรมการบริหารเห็นสมควรให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง
- 34.2 สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน
มีสิทธิร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
15 วัน ถ้าสมาชิกที่ร้องขอมาประชุมไม่ถึงจำนวน 50
คน ให้ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
- 34.3 ทั้งข้อ 34.1 และ 34.2 ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมกับส่งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
50 คน และก่อนเวลาประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน
- 34.4 การประชุมใหญ่วิสามัญทุกครั้งต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 50
คน จึงจะเป็นองค์ประชุม
(องค์ประชุมของการประชุมใหญ่วิสามัญประกอบด้วยสมาชิกและ/หรือสมาชิกที่ได้มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกอื่นเป็นผู้แทน)
ถ้าพ้นเวลานัดหมายไป 30 นาทีแล้ว ยังไม่ครบองค์ประชุมให้ยกเลิกการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น
- ข้อ 35 การประชุมใหญ่สามัญ
ให้คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
โดยให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมส่งระเบียบวาระการประชุม
ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วย
สมาชิกหรือสมาชิกที่ได้มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
ให้สมาชิกอื่นเป็นผู้แทนรวมแล้วไม่น้อยกว่า 50 คน
ในกรณีที่พ้นเวลานัดหมายไป 30 นาที
แล้วยังไม่ครบองค์ประชุมให้ยกเลิกการประชุมในวันนั้น
และให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วัน การประชุมครั้งนี้
สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้
การประชุมใหญ่สามัญให้มีระเบียบวาระดังต่อไปนี้
- วาระที่ 1 เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
- นายกแถลงผลงานในรอบปี
- เหรัญญิกแถลงบัญชีรายรับ
- รายจ่ายและบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา
(ซึ่งผู้ตรวจบัญชีของชมรมรับรองแล้ว)
- วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี....................
(ปีที่ผ่านมา)
- วาระที่ 3 เรื่องสืบเนื่อง
- วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
- แก้ไขข้อบังคับชมรม (ถ้ามี)
- เสนอประมาณการรายรับ
- รายจ่าย งบประมาณประจำปี พ.ศ...................
- ปรึกษากิจการชมรม
- วาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ
- ข้อ 36 การประชุมใหญ่ทุกครั้งให้นายกเป็นประธานที่ประชุม
ถ้านายกไม่อยู่หรือไม่สามารถดำเนินการได้ให้อุปนายกเป็นประธานที่ประชุม
ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่สามารถดำเนินการได้
ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมนั้น
- ข้อ 37 นอกจากจะบังคับไว้เป็นอย่างอื่น
มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
- ข้อ 38 ในการประชุมใหญ่และประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้งให้เลขาธิการเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุมและให้ประธานที่ประชุมลงนามรับรองเพื่อรักษาไว้เป็นหลักฐาน
หมวด
11
การเงิน
การเงิน
- ข้อ 39 ให้นายกและเหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบในการเงินและทรัพย์สินของชมรมตามกฎหมายและให้ทำรายงานการเงินและทรัพย์สินเสนอต่อคณะกรรมการบริหารเป็นรายปีอย่างน้อย
1 ครั้ง
- ข้อ 40 เงินของชมรมต้องนำฝากธนาคารที่เชื่อถือได้
และที่คณะกรรมการบริหารได้รับรองในนามของชมรม
เงินส่วนหนึ่งให้นำฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำ
หรือกระทำการอื่นใดที่ก่อให้เกิดดอกออกผลตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร
เว้นแต่กรณีเงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น
- ข้อ 41 เหรัญญิกจะเก็บรักษาเงินสดไว้สำรองจ่ายไม่เกิน
5,000.-บาท ถ้าเกินจากนั้นต้องนำฝากธนาคาร
- ข้อ 42 การสั่งจ่ายเงินของชมรมจากธนาคาร
โดยวิธีใช้เช็คธนาคาร จะต้องมีการลงนามโดยกรรมการบริหารสองนาย คือนายก
หรืออุปนายกกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ
- ข้อ 43 คณะกรรมการบริหารจะต้องใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ
เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นให้นายกมีอำนาจสั่งจ่ายนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายไม่เกินร้อยละสิบของงบประมาณประจำปี
และแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทราบในการประชุมคราวต่อไป
- ข้อ 44 การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานในการจ่ายนั้นๆ
ไว้เพื่อตรวจสอบและหลักฐานนั้นให้เหรัญญิกเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3
ปี จึงจะทำลายได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร
- ข้อ 45 ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของชมรม
หมวด
12
การแก้ไขข้อบังคับ
การแก้ไขข้อบังคับ
- ข้อ 46 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ
จะทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ
ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม
- ข้อ 47 ที่ประชุมใหญ่ลงมติในการนี้
ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 คน
หรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้เสนอโดยให้เสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้า
ก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่นั้น ไม่น้อยกว่า 30 วัน
- ข้อ 48 ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร
ส่งสำเนานั้นไปให้สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทราบไม่น้อยกว่า 10 วัน และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานชมรมไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนที่จะมีการประชมุ
- ข้อ 49 ข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง
หรือเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น
ให้ใช้ข้อบังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
หมวด
13
การเลิกชมรมและการชำระบัญชี
การเลิกชมรมและการชำระบัญชี
- ข้อ 50 การเลิกชมรมจะกระทำได้โดยคะแนนเสียง
3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดมีมติให้เลิก
- ข้อ 51 ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย
- ข้อ 52 ทรัพย์สินของชมรมที่เหลือจากการชำระบัญชีมีอยู่เท่าใด
ให้ตกเป็นของโรงเรียนเมืองพังงา
หมวด
14
บทเฉพาะกาล
บทเฉพาะกาล
- ข้อ 53 ให้ผู้เริ่มก่อตั้งชมรม
เป็นกรรมการบริหารเริ่มแรกของชมรม
คณะกรรมการเริ่มแรกนี้มีสิทธิและหน้าที่ทุกประการของคณะกรรมการบริหารตามความในข้อบังคับนี้
และให้คณะกรรมการบริหารเริ่มแรกนี้ดำเนินการรับสมัครสมาชิกของชมรมมีกำหนดภายใน
180 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
- ข้อ 54 เมื่อปฏิบัติตามข้อ
53 แล้ว ให้คณะกรรมการดังกล่าวรักษาการต่อไป
เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งนายกชมรมตามวิธีการในข้อบังคับนี้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน
45 วัน เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง
ตามความในวรรคก่อนให้คณะกรรมการบริหารเริ่มแรกเป็นผู้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรได้รับการเลือกตั้งเสนอแก่สมาชิก
- ข้อ 55 ให้กรรมการผู้พิจารณาก่อตั้งชมรม
ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ก่อตั้งชมรมเป็นสมาชิกสามัญและกรรมการบริหารตามหมวด 6
ข้อ 15, 16 จนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหาร
